สจล. จัดงาน “K-Engineering World Tour & Workshop 2022” โชว์นวัตกรรมยุคใหม่ 4 กลุ่ม ยกระดับคุณภาพชีวิต-สังคมให้ดีขึ้น

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ นำ 4 นวัตกรรมแห่งโลกยุคใหม่แห่งโลกอนาคตที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมให้ดียิ่งขึ้น มาจัดแสดงในภายงาน “K-Engineering World Tour & Workshop 2022” ซึ่งเป็นการแสดงผลงานนวัตกรรม โครงงาน และผลงานวิจัยทางวิศวกรรมของคณาจารย์ และนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2565

ศ. พิเศษ ดร.กิตติพงษ์  กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีนโยบายการพัฒนาและปฏิรูประเทศโดยมุ่งไปสู่การเป็น “ประเทศแห่งนวัตกรรม” (Innovation Nation) สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งระบบนวัตกรรม สภาพแวดล้อม  ที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงทางนวัตกรรม สร้างคุณค่าใหม่ทางนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของสจล. ในการเป็นเจ้าแห่งนวัตกรรมระดับโลก (The World Master of Innovation) ที่มีจุดแข็งในการเป็นผู้นำด้านงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างประโยชน์ให้สังคม เป็นหลักในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับการแสดงผลงาน “K-Engineering World Tour & Workshop 2022” ในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของคณาจารย์ บุคลากรทุกฝ่าย รวมทั้งนักศึกษา ร่วมกันเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ ตอกย้ำภาพลักษณ์ของสจล. ที่นอกจากจะเป็นเจ้าแห่งนวัตกรรมระดับโลก ยังเป็นสถาบันที่ผลิตบุคลากรคุณภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรมให้กับประเทศไทยมาโดยตลอด

รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า การจัดแสดงผลงาน K-Engineering World Tour and Workshop 2022 เพื่อให้ผู้เข้าชมงานที่เป็นนักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจที่จะก้าวสู่การเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้เกิดแรงบันดาลใจ และมีเป้าหมายในการที่จะเลือกศึกษาต่อในสิ่งที่ตนเองถนัด สิ่งที่ชอบเพื่อเรียนรู้สร้างนักนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นนวัตกรรมที่จะนำมาต่อยอดการทำงาน ยกระดับองค์ความรู้ของตนเอง มหาวิทยาลัยและนำไปช่วยเหลือสังคมในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตต่างๆ

สำหรับ 4 นวัตกรรมแห่งโลกยุคใหม่ที่ผู้คนทั้งโลกจะต้องเผชิญ ได้แก่ 1. กลุ่มนวัตกรรมไฟฟ้า พลังงาน และ IoT 2.กลุ่มนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพ 3.กลุ่มเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ และ 4.กลุ่มนวัตกรรมอาหารและเกษตรกรรม ซึ่งล้วนแต่เป็นนวัตกรรมแห่งโลกอนาคตที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้คาดว่าตลอดระยะเวลาของการจัดงาน 3 วันของการจัดงาน ระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม พ.ศ.2565 จะมีผู้เข้าชมไม่น้อยกว่า 20,000 คน

รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า การจัดงานนี้เป็นโครงการใหญ่ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในครั้งนี้ได้นำ 4 เทรนด์นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่คาดว่าจะมีบทบาทในชีวิตและช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้น ประกอบด้วย 1.กลุ่มนวัตกรรมไฟฟ้า พลังงาน และ IoT เช่น รถไฟไทยทำ รถไฟโดยสารต้นแบบออกแบบให้มี 25 ที่นั่ง ตามนโยบายกระทรวงคมนาคมในโครงการ “ไทยเฟิร์ส” ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ ลดการนำเข้าเทคโนโลยีราคาแพงจากต่างประเทศ ซึ่งรถไฟไทยทำผ่านการทดสอบมาตรฐานตามระดับสากลแล้ว, สามล้อไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการทางการเคลื่อนไหว โดยออกแบบให้รับน้ำหนักได้ 90 กิโลเมตร ขับเคลื่อนได้ 77 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนไหวให้แก่ผู้สูงอายุและคนพิการได้และเสาไฟเอไอมัลติฟังก์ชันเสาไฟอัจฉริยะ สามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ (Server) ประมวลผลด้วยระบบ AI ที่มาพร้อมเซนเซอร์ช่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศ พร้อมตรวจจับความหนาแน่นและแยกประเภทยานพาหนะบนท้องถนนได้แบบเรียลไทม์ เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูล (Big Data) นำไปใช้เป็นแนวทางการบริหารพื้นที่ทางกายภาพ เช่น การจัดระเบียบการจราจร จำกัดจำนวนยานพาหนะที่ปล่อยควันพิษ เพื่อลดปริมาณฝุ่นบนท้องถนน เตรียมพร้อมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในอนาคต

2.กลุ่มนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพ เช่น เครื่องฟังตรวจดิจิทัล ช่วยฟังเสียงหัวใจและเสียงปอดแบบดิจิทัลพร้อมระบบวิเคราะห์โรคและความผิดปกติเบื้องต้นด้วยระบบ AI สามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบแพทย์ทางไกลได้และตู้จ่ายยาอัจฉริยะ ลดขั้นตอนการจ่ายยาจากเดิมที่ต้องต่อคิวรับยาจากเคาน์เตอร์จำหน่ายยา เปลี่ยนเป็นการรับที่ตู้จำหน่ายยาแทน ลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดขั้นตอนการอธิบายวิธีใช้ยา โดยผู้รับยาสามารถใช้แอปพลิเคชันสแกนซองยาเพื่อดูวิธีการใช้ยาตามแพทย์สั่ง สามารถติดตั้งในชุมชนเพื่อสนับสนุนการแพทย์ทางไกลได้

3.กลุ่มเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น การพัฒนาระบบผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยโรคด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Chatbot) แอปพลิเคชันที่ช่วยจัดการดูแลสุขภาพระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และจะเป็นเครือข่ายข้อมูลขนาดใหญ่ด้านสุขภาพของคนไทยและอุปกรณ์วัดสัญญาณชีพแบบพกพาพัฒนาโดยคนไทย สามารถวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วัดอัตราการหายใจ วัดปริมาณออกซิเจนในเลือด วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และวัดค่าความดันโลหิต แสดงผล ควบคุม และสั่งการได้ผ่านแอปพลิเคชัน เป็นต้น

กลุ่มนวัตกรรมอาหารและเกษตรกรรม เช่น ชุดโรงงานพร้อมเครื่องจักรแปรรูปผลไม้ตัวต่อ

4.กลุ่มนวัตกรรมอาหารและเกษตรกรรม เช่น ชุดโรงงานพร้อมเครื่องจักรแปรรูปผลไม้ตัวต่อ เพื่อธนาคารผลไม้เคลื่อนที่ ต้นแบบชุดโรงงานกระบวนการแปรรูปผลไม้ตัวต่อที่เหมาะสมกับพื้นที่ ความต้องการของชุมชน และรองรับข้อกำหนดตามหลักมาตรฐาน GMP, เครื่องตรวจวัดความสุกแก่ของทุเรียนหมอนทอง ใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดมัลติสเปกตรัมอิมเมจเพื่อแยกระดับคุณภาพของเนื้อทุเรียนบนสายพานลำเลียง, เครื่องตัดอ้อยสดพร้อมสางใบแบบพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ พัฒนาเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และส่งมอบให้เกษตรกร สามารถตัดอ้อยสด 6-8 ไร่ หรือ 60-80 ตันต่อวัน สามารถสางใบส่วนยอดอ้อย 80%  และระบบตรวจติดตามการระบาดศัตรูพืชพัฒนาระบบ AI วินิจฉัยโรคร่วมกับข้อมูล Weather Station พร้อมใช้ระบบฐานข้อมูล Cloud Big data และแสดงการระบาดครอบคลุมการใช้งานทั่วประเทศด้วยระบบ Google Map ระบบตรวจสอบคุณภาพข้าวและสายพันธ์ข้าวด้วยปัญญาประดิษฐ์ สร้างระบบตรวจสอบคุณภาพข้าวที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำสูง ลดต้นทุน และประหยัดเวลาในการตรวจสอบคุณภาพข้าว เป็นต้น

ตลาดอุตสาหกรรมไทย
Logo